เบ็คส์ทึ่งฟอร์มคนตาบอดเล่นฟุตบอล

เดวิด เบ็คแฮม ได้ร่วมซ้อมฟุตบอลกับผู้พิการทางด้านสายตาในฐานะทูตรณรงค์โครงการสกัดกั้น อัตราการเพิ่มของเด็กที่เป็นโรคอ้วน และชักชวนให้เด็ก 1 ล้านคน เข้ามามีส่วนร่วมในกีฬาพาราลิมปิก เกมส์ ในปี 2012 

เดวิด เบ็คแฮม มิดฟิลด์เท้าชั่งทองอดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ เปิดตัวเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับ “เซนส์บิวรี่” ซูเปอร์มาร์เก็ตชื่อดังของอังกฤษ เพื่อรณรงค์โครงการสกัดกั้นอัตราการเพิ่มของเด็กที่เป็นโรคอ้วน รวมทั้งตั้งเป้าที่จะชักชวนให้เด็ก 1 ล้านคน เข้ามามีส่วนร่วมในกีฬาพาราลิมปิก เกมส์ ในปี 2012

เป้าหมายและหน้าที่สำคัญของเดวิด เบ็คแฮม ในฐานะของแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ คือ การทำหน้าที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับบรรดาเด็กๆ โดยเฉพาะเด็กผู้ชาย ทุกวัย ให้หันมาใช้ชีวิตแบบมีชีวิตชีวา และมีพฤติกรรมที่ทำให้สุขภาพของกลุ่มเป้าหมายดีขึ้น ไม่นั่งจับเจ่าอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอทีวี

ล่าสุดเบ็คแฮมได้ร่วมซ้อมกับทีมฟุตบอลผู้พิการทางด้านสายตาของ สหราชอาณาจักร โดยมีเดฟ คล๊าร์กกัปตันทีมเป็นผู้คอยสอนหลังจากให้เบ็คแฮมมีการปิดตา

คุณพ่อลูก4ยอมรับว่า การที่เรามองไม่เห็นอะไรเลย แล้วให้เตะบอลเป็นสิ่งที่ยากมาก แต่นักกีฬาทุกคนที่นี่เขาสามารถทำได้อย่างเป็นปกติ มันดูเหลือเชื่อแต่เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก

ในระหว่างการร่วมซ้อมเบ็คแฮมยอมรับว่าถ้ามองไม่เห็น เขาไม่สามารถเล่นได้จนต้องเปิดตามร่วมซ้อม และปิดท้ายที่การปิดตายิงลูกโทษ

ทางด้าน กัปตันคล๊าร์กเอ่ยว่า พวกเขาจะไม่มีวันลืมประสบการณ์ดีๆอย่างนี้ ที่ได้ร่วมเล่นฟุตบอลกับนักเตะระดับโลก และทิ้งท้ายด้วยคำว่า ขอบคุณเดวิด

‘ท็อป‘เผยสัมพันธ์‘แพม‘ดีขึ้น ปัดจุ๊บ‘เจน‘

พิธีกรหนุ่ม “ท็อป ณัฐเศรษฐ์” เผยสัมพันธ์ ”แพม” ดีขึ้น ปีใหม่ควงไปต่างประเทศ งงข่าว จุ๊บ “เจน” ที่ทองหล่อ วอนอย่ามองมือที่ 3 ไม่พร้อมมีลูก เร่งปรับตัวหาเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น

แต่งงานกันมา 3 ปี ดูเหมือนความรักจะหวานชื่นดี แต่ก็ยังมีข่าวกวนใจทำให้ครอบครัวเกือบพัง สำหรับพิธีกรหนุ่ม “ท็อป ณัฐเศรษฐ์ พูนทรัพย์มณี” กับไฮโซสาว ”แพม อรอาภา สุสมากุลวงศ์” แต่ล่าสุดดูความสัมพันธ์ในครอบครัวจะดีขึ้น หลังจากหนุ่มท็อป พาสาวแพมไปปรับความเข้าใจไกลถึงนิวยอร์ค พอเจอหนุ่มท็อปที่งาน Dinosaur Thailand balloon Festival # 12 ที่ชั้น 1 ลานโปรโมชั่น เซ็นทรัล พระราม 9 งานนี้หนุ่มท็อป ก็เปิดเผยว่า

” ตอนนี้กับแพมก็ดี มีเวลาอยู่ด้วยกันช่วงปีใหม่ ไปนิวยอร์กด้วยกันมาประมาณ 6 วัน แต่กลับมาก็เหมือนเดิมอีก ต่างคนต่างทำงานยุ่งเหมือนเดิม แต่เวลาที่อยู่กับแพมเป็นเวลาที่ดี คือทุกอย่างดีขึ้นที่เรามีเวลาได้อยู่ด้วยกัน แต่พอกลับมาก็ต้องเริ่มจูนกันใหม่ อย่างบางทีมีงานผมก็ต้องปฏิเสธไป เพื่อหาเวลาอยู่ด้วยกัน แต่ตอนนี้เราก็คุยกันอยู่ ผมก็พยายามหาคนมาช่วยงานเขาให้ทำงานได้ง่ายขึ้น มีเวลามากขึ้น บอกได้เลยว่าปัญหาส่วนใหญ่มันเป็นเพราะ เรื่องเวลาที่ไม่ลงตัวไหม ซึ่งผมอาจต้องยอมเสียงานบ้าง แพมเองอาจจะต้องหาคน มาช่วยกระจายงานบ้าง ส่วนเรื่องมือที่ 3 ตอนนี้ ก็เบาลงแล้ว เพราะอย่างที่มีข่าวกับเจน เขาก็ออกมาพูดหมดแล้ว ซึ่งมันไม่มีอะไรจริงๆ เรื่องไปเที่ยวเราก็ไปด้วนกันจริง ก็ไม่ได้ปิดบังอะไร แต่ส่วนมากเราเจอกันก็เรื่องงาน เราเป็นเพื่อนกันจริงๆ และต้องยอมรับว่า ตั้งแต่ปีใหม่ผมแทบจะไม่ได้ออกไปไหนเลย ไม่ได้ไปไหนกับเพื่อนเลย เพราะผมค่อนข้างกลัว และผมเชื่อว่าเพื่อนผมก็คงกลัวเหมือนกัน กับเจนตอนนี้เราก็เจอกัน แต่พยายามไม่คุยเรื่องนี้ ก็กลัวคนอื่นมองไม่ดีเหมือนกัน แล้วผมก็ไม่อยากให้ใครมองเพื่อนผมไม่ดี มองว่าเป็นมือที่ 3 แต่อีกใจ เราก็ต้องแคร์ความรู้สึกคนในครอบครัวเราให้มากๆด้วย

ส่วนเรื่องมีลูกเพื่อเป็นโซ่ทองคล้องใจ ผมก็คุยกับแพมตลอด ใจจริงผมอยากมี แต่ด้วยงานที่ผมทำตอนนี้ และงานที่แพมทำตอนนี้ มันเลยยังไม่พร้อมจริงๆ และก็ไม่อยากให้โซ่ทองคล้องใจมาเป็น อีกหนึ่งปัจจัยที่เราไม่พร้อมจริงๆ ในอนาคต เราอยากมีเขาตอนที่เราพร้อมจริงๆ ทั้งเรื่องงานและเรื่องเวลา

ส่วนเรื่องข่าวที่ว่าผมไปจุ๊บ ไปคลอเคลียกับเจนที่ทองหล่อนั้น ก็ไม่รู้ว่าข่าวมาได้ไงเหมือนกัน ก็ยังงงๆ อยู่ ซึ่งมันก็มีบ้างที่ผมกับเจนจะเจอกันที่ทองหล่อ เจนเขามีอะไรก็จะมาปรึกษาก็ทานข้าวปกติ มันไม่น่าเป็นไปได้ ผมกับเจนเป็นเพื่อนกันจริงๆ ไม่มีคลอเคลีย หรือจูบกันแน่นอน แต่ถ้ากอดกันแน่ๆ ก็จะเป็นวันเกิดผม ซึ่งแพมก็อยู่ด้วยที่ทองหล่อเหมือนกัน แต่ก็ไม่น่าจะมีอะไร ผมกับเจนก็อินเตอร์ เราก็โตที่เมืองนอกก็มีบ้างที่กอดกัน แต่ไม่มีอะไรที่เกินเพื่อนจริงๆ”